บทที่ 2 ข้าไม่ได้ตาย แค่สลบเจ้ามั่วแล้ว

บทที่ 2 ข้าไม่ได้ตาย แค่สลบเจ้ามั่วแล้ว

ถางเป้ยอี้เจ็บที่หัวแต่ว่าไม่มากเท่าเก่าแล้ว นางพยายามลุกขึ้นมานั่งพิงหัวเตียงก่อนจะมองรอบ ๆ อีกครั้งเพื่อให้ความมั่นใจกับตนเอง

เอ่อวะ ไม่ใช่บ้านเก่าจริง ๆ ด้วย ตูตายแล้วจริง ๆ

เศร้าชิบหายลื่นถุงพลาสติกตาย

“คุณหนู ท่านฟื้นแล้ว”

ถางเป้ยอี้มองไปที่ต้นเสียงเห็นร่างของสาวใช้คนสนิทของน้องสาววิ่งตรงเข้ามาเกาะขอบเตียงร้องไห้จะเป็นจะตาย มองนางไปร้องไห้ไป ยิ่งนางขยับตัวยิ่งร้องไห้หนักขึ้นกว่าเดิม

เอาแต่พูดว่าคุณหนูท่านฟื้นแล้วดีจริง ๆ

จะพูดจนถึงพรุ่งนี้เลยเหรอเนี่ย

ถางเป้ยอี้ถอนหายใจเฮือกใหญ่ยื่นมือไปจับมือคนสนิท ที่ต่อจากนี้จะเป็นคนสนิทของนาง เป็นมือเป็นเท้าให้นาง

ได้ใช้สอย ด้วยความที่ถางเป้ยอี้เกิดในครอบครัวคนจีนจึงได้รับวัฒนธรรมหลายอย่างมา

นางรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมประเพณีมามากพอสมควร

ถึงจะไม่รู้ลึกซึ้งมากมายแต่ก็พอจะมองออกว่าคนที่นี่เขาอยู่ด้วยแนวคิดแบบไหนกัน

อีกอย่างนางได้เรียนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์มาไม่น้อย มุมมองการใช้ชีวิตและขอบเขตของสตรีในสมัยโบราณค่อนข้าง

ที่จะจำกัดอยู่ในวงแคบ ๆ

พูดอีกอย่างคือไม่ให้คิดนอกกรอบ ที่นี่มีกรอบที่ให้ทำตาม

“พอแล้ว เจ้าร้องอะไรขนาดนั้นข้าไม่ได้ตายซะหน่อย

เจ้ายิ่งร้องข้ายิ่งจะปวดหัวมากกว่าเดิม ข้าไม่ชอบอะไร

ที่น่ารำคาญนะ”

เมื่อถางเป้ยอี้พูดจบ สาวใช้อย่างซือซือก็พยายาม

กลั้นเสียงสะอื้น เช็ดหน้าเช็ดตาด้วยหลังมือ ปาดน้ำตา

ด้วยกลัวว่าจะยิ่งทำให้คุณหนูของนางเองไม่พอใจ

“บ่าวจะไม่ร้องแล้ว คุณหนูไม่ปวดหัวนะเจ้าคะ”

ถางเป้ยอี้รู้สึกดีมากขึ้นเล็กน้อย ค่อยสบายหูขึ้นมาหน่อย อันนี้อะไรกันจะมาส่งเสียงข้าง ๆ หูอยู่ได้

ถึงจะมาร้องไห้เพราะเป็นห่วงก็เถอะเพราะนางไม่ชอบอยู่ดี ปกติถางเป้ยอี้ชอบความเงียบสงบจะตายไป เท่าที่ดูจากความทรงจำของน้องสาวตัวดี

จากนี้ชีวิตที่ว่าจะสุขสงบคงไม่มีอีกแล้ว คงมีแต่ชีวิต

ที่จะต้องลำบากปั้นหน้าเข้าสังคม แล้วไหนจะยังต้องหาทาง

เอาคืนคนที่ฆ่าน้องสาวฝาแฝดที่อยู่คนละโลกอีก

ไม่รู้ว่าป่านนี้ไปเกิดเป็นตัวอะไรแต่ที่แน่ ๆ มั่นใจว่าไม่ใช่คนแน่ ๆ  ทำบาปมาก็มากเพราะความเอาแต่ใจขนาดนั้นไม่เกิด

เป็นหมาก็บุญ แต่ถ้าเกิดเป็นหมาบ้านคนรวยนี่ไม่แน่ ๆ

อยู่อย่างสบาย ๆ ได้เลย

เฮ้อ คิดถึงคนอื่นได้ไม่นานก็หันกลับมาคิดเรื่องตัวเอง

“ท่านพ่อกลับมาหรือยังซือซือ”

“นายท่านยังไม่กลับเจ้าค่ะ แต่บ่าวจะให้คนไปรอแจ้งนายท่านที่หน้าจวน เพราะนายท่านเป็นห่วงคุณหนูมาก ๆ เลย ตั้งแต่คุณหนูถูกทำร้ายไม่ได้สติ นายท่านก็แทบทำงานไม่ได้

มาเฝ้าคุณหนูตลอดเลย”

ถางเป้ยอี้พยักหน้าเข้าใจเพราะว่าจากความทรงจำแล้ว

ผู้เป็นบิดารักนางมากจริง ๆ ห่วงใยทุกอย่างตามใจตลอด

ไม่ว่าผู้เป็นบุตรสาวจะทำอะไรผิดมาก็ยังไม่สนใจ คอยตามใจ

จนน้องสาวฝาแฝดนางเสียคน

บิดาของนางเป็นถึงเสนาบดีคนสนิทของฮ่องเต้ได้รับความไว้วางใจมากกว่าผู้อื่น แต่ฮ่องเต้ที่เห็นในความทรงจำน้องสาวก็ยังไม่แก่มากอายุเพียงสามสิบห้าเอง ถือว่าหล่อมาก ๆ

คิดมาถึงองค์ชายรองที่เป็นประเด็นอายุเพียงสิบเจ็ดเอง แต่ว่าอายุสำหรับโลกนี้คือแต่งงานได้แล้ว หน้าตาหล่อเหลาใช้ได้ เพียงแต่นิสัยถางเป้ยอี้ไม่ชอบเลย ออกจะน่าเบื่อเพราะว่า

องค์ชายรองผู้นี้โง่เขลาแต่คิดว่าตัวเองฉลาด

ตอนแรกที่นางเอ่ยกับบิดา บิดาก็บอกว่าไม่อยากให้แต่ง แต่น้องสาวฝาแฝดก็เอาแต่ใจตัวเองบอกแต่ว่าจะแต่ง ๆ

เพียงเพราะอยากเอาชนะศัตรูอย่างซูจินที่ไม่มีอะไรสู้ถางเป้ยอี้

ได้เลย

เป็นไงละ ดื้อด้านมากนักถูกลวงไปฆ่าจนตาย

ไปตายแบบโง่ ๆ อีก

“ไม่ต้องบอกท่านพ่อหรอก ท่านพ่อกลับมาค่อยบอกเดี๋ยวจะทำงานไม่มีสมาธิเอา ข้าเองก็ดีขึ้นมากแล้ว พักอีกหน่อย

ก็ไม่เป็นอะไร ว่าแต่ข้าหลับไปกี่วัน”

“วันนี้วันที่สิบเจ้าค่ะ”

ถางเป้ยอี้ตาโตเลยทีเดียว สิบวันเลยหรือ มิน่าตื่นมาโคตรหิวเลย

“ข้าก็ว่าทำไมข้าหิวมากขนาดนี้ ซือซือไปสั่งห้องครัวทำอาหารมาเร็ว ๆ เข้า ข้าจะกิน ข้าหิวจนตาลาย ท้องร้องจนดังไปหมดแล้ว สงสารเจ้าพยาธิตัวน้อยในท้องที่กำลังประท้วง

ขออาหาร

“ได้เจ้าค่ะ บ่าวจะเร่งไปจัดการให้”

“อืม เอาของหวานด้วยล่ะ แต่ก่อนไปข้าถามอีกหน่อย ช่วงที่ข้าหลับไปมีอะไรเกิดขึ้นบ้างที่มันเกี่ยวข้องกับข้า หรือว่าส่งผลต่อข้าทั้งทางตรงทางอ้อม”

ซือซือมีสีหน้าไม่ดีมากนัก นางอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ อยู่นานไม่กล้าพูดจนถางเป้ยอี้ชักสีหน้ารำคาญ

“คือว่ามีข่าวว่าเพราะคุณหนูนัดพบบุรุษผู้อื่นที่ไม่ใช่

องค์ชายรองจึงทำให้ถูกทำร้ายเจ้าค่ะ ส่วนองค์ชายรองเมื่อรู้เรื่องว่ามีข่าวลือเสียหายก็เอ่ยว่าจะชะลอเรื่องการแต่งคุณหนูเป็นพระชายาเอกก่อน มีข่าวออกมาเรื่อย ๆ ว่าจะเป็นคุณหนูซูจินที่จะเป็นพระชายาเอกแทน ด้วยคุณหนูมีข่าวเสียหาย”

ถางเป้ยอี้เข้าใจดีเพราะว่าข่าวเสียหายสำหรับคุณหนู

สูงศักดิ์ของคนในโลกนี้เขาคิดหนักกันมาก เอาเป็นว่าเป็นเรื่อง

คอขาดบาดตายได้เลย การมีข่าวที่ว่านัดพบบุรุษอื่นที่ไม่ใช่คนรักมันดูมาแย่มากจริง ๆ

ซึ่งคนที่ทำให้เกิดข่าวลือมันก็เดาได้ไม่ยากว่าใครทำ

แต่ว่านางรอด ซูจินจะไม่สั่งคนมาฆ่าปิดปากนางอีกรอบหรือ เอาไงดีละ เรื่องนี้ต้องขอให้บิดาช่วยเสียแล้ว

“มีเรื่องอะไรอีกหรือเปล่า”

“ไม่มีเจ้าค่ะ เพียงตลอดหลายวันที่คุณหนูหลับ คุณหนู

ซูจินขอเข้ามาดูอาการตลอดแต่นายท่านสั่งไว้นางเลยไม่ได้

เข้ามา”

โอ้ เป็นบุญ ไม่อย่างนั้นได้ตายเพราะนังซูจินมากำจัดนางทิ้งแน่ ดีที่บิดาไม่อนุญาต

“อืม เจ้าไปหาอะไรให้ข้ากินเถอะ”

ซือซือออกไปจากห้องทำให้ถางเป้ยอี้ทำหน้าเบื่อหน่าย นางพยายามลุกออกจากเตียงด้วยกำลังที่แสนน้อยนิด

ด้วยอยากจะรู้ว่าร่างกายนี้เหมือนในความฝันที่เห็นเลยหรือเปล่า

เดินได้ก้าวสองก้าวก็ไม่มีแรงจนเกือบทรุดลงไปนอนแผ่กับพื้น ความไม่ได้กินอะไรเลยนี่มันทรมานดี แต่ถางเป้ยอี้ก็ยังกระดืบ ๆ ไปจนถึงกระจกบานใหญ่ที่อยู่หลังฉากกั้นห้องได้สำเร็จ

ว้าว …สวยอ่า!

มิน่านังซูจินถึงได้รู้สึกว่าแพ้นางมาตลอด ตั้งแต่เด็กจนโตยังแข่งขันเอาชนะกันไม่หยุด ยิ่งก่อนหน้านี้ในงานวันเกิดของฮองเฮาทั้งสองได้รับรางวัลเท่าเทียมเพราะการแสดงดีทั้งคู่ มันคือชนวนเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องมากมายตามมา

ด้วยซูจินถูกยกว่าเป็นสตรีที่งดงามมากเมตตา

แต่ถางเป้ยอี้กลับถูกต่อว่าเสียหายเป็นสตรีนิสัยไม่ดี

มันทำให้น้องสาวฝาแฝดนางถึงกับคลั่งแล้วหาเรื่อง

คนไปทั่ว เรื่องเริ่มจากง่าย ๆ ไป ๆ มา ๆ จบยากเพราะความ

ไม่ยอมกันและกัน ยิ่งถางเป้ยอี้รู้ว่าซูจินคนที่ตนเกลียดไปรักกับองค์ชายรองนางก็ทำทุกทางที่จะเอาชนะแม้แต่การขอบิดาแต่งเป็นพระชายาเอกซึ่งก็ได้ตามหวัง ใครบ้างจะปฏิเสธสตรีที่ทำให้ตนเองได้บัลลังก์ในอนาคตอย่างถางเป้ยอี้ ทั้งที่องค์ชายรองไม่ได้รักใคร่เลยด้วยซ้ำ คนที่เขารักคือซูจิน

เอาละ เรามาเปลี่ยนแปลงเรื่องราวกันดีกว่า เริ่มที่การหามือเท้ามาปกป้องตนเองและเปลี่ยนคู่หมั้น องค์ชายรองอะไรนั่นนางไม่เอาหรอก ให้แต่งกับคนที่อาจจะเป็นฮ่องเต้ในอนาคต

สู้นางแต่งกับขุนนางตระกูลใหญ่ ๆ ดีกว่า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป